บทที่ 1 บทนำ
เอี๊ยด... อ๊าด…
เสียงสปริงของเตียงเหล็กขนาดห้าฟุตในห้องเช่ารูหนูดังประท้วงทุกครั้งที่ขยับตัว ทำเอา ‘เธียร’ ต้องยกมือขึ้นมากัดหลังมือตัวเองเพื่อกลั้นเสียงครางที่เกือบจะหลุดรอดริมฝีปาก
ดวงตากลมโตที่เคยมองโลกด้วยความว่างเปล่าและปลงตกมาตลอด ยามนี้กลับฉ่ำเยิ้มและสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อร่างสูงใหญ่ของ ‘สามีหมาดๆ’ ที่เพิ่งจดทะเบียนสมรสกันเมื่อช่วงบ่าย กำลังทาบทับลงมา
เธียรไล่สายตามองหยาดเหงื่อที่เกาะพราวบนลาดไหล่กว้างและกล้ามหน้าท้องเป็นลอนสวยของเขาอย่างเผลอไผล...
เดี๋ยวนะ… คนตกงานล้มละลายที่ไหนเอาเงินไปเข้าฟิตเนสจนหุ่นแซ่บขนาดนี้?
แต่ก่อนที่สมองจะได้ประมวลผลหาความสมเหตุสมผล ริมฝีปากร้อนผ่าวของ ‘ตุลย์’ ก็ประกบจูบลงมาอย่างดุดันและเรียกร้อง เขาบดเบียดความปรารถนาแนบชิดจนร่างเล็กแทบจมหายไปกับฟูกราคาถูก ลมหายใจหอบพร่าของเขาเป่ารดข้างแก้ม ก่อนที่เสียงทุ้มพร่าจะกระซิบชิดใบหู ทำเอาขนอ่อนในกายสาวลุกซัน
“เยิ้มขนาดนี้แล้ว... ไหนบอกว่าถ้าลีลาผมไม่ดี คุณจะขาดทุนไงครับ หืม?”
ตุลย์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวบางของเธอออกอย่างเชี่ยวชาญราวกับปลอกกล้วยเข้าปาก นิ้วเรียวร้อนผ่าวลากไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า... ต่ำลง... และต่ำลงเรื่อยๆ ลูบไล้ปลายนิ้วบดเบียดจุดอ่อนไหวไร้ขน จนเธียรเผลอแอ่นกายรับสัมผัสที่คุกคามอย่างลืมตัว
“อ๊ะ... คุณ…”
“เรียกพี่ตุลย์สิครับคนดี... แล้วพี่จะให้ทุกอย่างที่หนูต้องการเลย”
เขาเลื่อนริมฝีปากลงต่ำครอบครองปลายยอดอกสีหวานอย่างมูมมามจนเกิดเสียง จังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว จังหวะที่พายุอารมณ์กำลังถูกจุดให้ปะทุถึงขีดสุด…
.
.
ณ ห้องทำงานประธานกรรมการบริหาร บริษัท พิพัฒน์ธนเวช กรุ๊ป
ปึก!
แฟ้มประวัติกระดาษสีชมพูหนาเตอะนับสิบแฟ้ม ถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่จนแฟ้มเอกสารการลงทุนร้อยล้านกระเด็นไปอีกทาง
‘ตุลย์’ หรือ ‘ท่านประธานตุลธร’ ชะงักมือที่กำลังเซ็นเอกสาร เขาละสายตาจากงานตรงหน้า ขมวดคิ้วมุ่นมองกองกระดาษสลับกับใบหน้าที่เชิดขึ้นอย่างเอาเรื่องของ ‘คุณหญิงชฎา’ มารดาบังเกิดเกล้าที่บุกฝ่าด่านเลขาหน้าห้องเข้ามาโดยไม่มีใครกล้าห้าม
“นี่อะไรครับคุณแม่? เอกสารโปรเจกต์ใหม่เหรอครับ ทำไมสีสันบาดตาขนาดนี้”
ตุลย์ถามเสียงเรียบ พยายามระงับความเหนื่อยล้าจากการประชุมที่ลากยาวมาตั้งแต่เช้า
“โปรเจกต์หาเมียให้ท่านประธานไงล่ะ!” คุณหญิงชฎากอดอกฉับ จิกสายตามองลูกชายตัวดี “เลือกมาเลยตุลย์ แกจะเอาคนไหน แม่คัดสกรีนมาให้รอบไฟนอลแล้ว โปรไฟล์ดี หน้าตาสะสวยพร้อมมีหลานให้แม่ทุกคน!”
“แม่ครับ…” ตุลย์ถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นนวดขมับ “ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าผมยังไม่อยากแต่งงาน ผมเพิ่งสามสิบสี่ งานที่บริษัทยังรัดตัว…”
“งานรัดตัวหรือมัวแต่ไปควงแม่ดารานางแบบเล่นๆ แล้วก็ทิ้งฮะ!?” คุณหญิงชฎาแหวเข้าให้
“แกจะรอให้แม่ตายก่อนหรือไงถึงจะยอมมีเมียเป็นตัวเป็นตน! คราวก่อนแนะนำลูกสาวคุณหญิงเพื่อนแม่ให้ แกก็เทเขาจนแม่ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว ครั้งนี้แม่เลยลงทุนยิงแอดประกาศรับสมัครแฟนให้แกทางออนไลน์มันซะเลย หมดเรื่อง!”
“ยิงแอด!?” ตุลย์ตาโตแทบถลน “แม่ทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นได้ยังไงครับ! แล้วผู้หญิงพวกนี้ก็คงแห่กันมาสมัครเพราะเห็นคำว่า ‘ประธานบริษัท’ สิท่า ร้อยทั้งร้อยก็หวังรวยทางลัด หวังตกถังข้าวสารกันทั้งนั้นแหละแม่”
แกอย่ามาดูถูกกระบวนการคัดกรองของแม่นะ! ผู้หญิงยุคนี้เขาก็ต้องมองหาความมั่นคงกันทั้งนั้นแหละ แกมันอคติ!"
“ผมไม่ได้อคติ แต่ผมพูดความจริง ผู้หญิงพวกนี้รักความสบาย ไม่ได้รักผมหรอก ถ้าผมไม่ใช่ประธานบริษัท พิพัฒน์ธนเวช กรุ๊ป แม่คิดว่าจะมีใครทนผู้ชายบ้างานแบบผมได้ไหมล่ะ” ตุลย์เถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้
สองแม่ลูกจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร บรรยากาศในห้องประธานบริษัทตึงเครียดจนแอร์คอนดิชันเนอร์แทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง น้าเจตน์ที่แอบดูอยู่หน้าประตูถึงกับต้องยกมือขึ้นปาดเหงื่อ
“ได้! ในเมื่อแกคิดว่าผู้หญิงพวกนี้เห็นแก่เงินนัก…” คุณหญิงชฎาทุบโต๊ะ “แกก็เลือกมาสักคน แล้วไปดูตัวซะ ถ้าแกจับได้ว่าผู้หญิงที่แม่หาให้เป็นพวกหน้าเงินจริงๆ แม่จะยอมเลิกยุ่งเรื่องแต่งงานของแกไปอีกสามปีเต็ม!”
ตุลย์หรี่ตาลงทันที ข้อเสนอนี้น่าสนใจมาก ถ้าเขาสามารถทำให้มารดายอมแพ้ได้ ชีวิตโสดอันสงบสุขของเขาก็จะกลับคืนมา ชายหนุ่มแสยะยิ้มมุมปาก ก่อนจะยื่นข้อเสนอลองใจที่ทำให้คุณหญิงชฎาต้องเบิกตาโต
“ตกลงครับแม่ แต่ผมมีข้อแม้…” ตุลย์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างเหนือกว่า “ผมจะไปดูตัวกับคนที่แม่เลือก แต่ผมจะไม่ไปในฐานะ ‘ท่านประธานตุลธร’ ผมจะไปในฐานะ ‘นายตุลย์’ ไอ้หนุ่มถังแตก ล้มละลาย และมีหนี้สินรุงรัง..”
“นี่แกจะบ้าเหรอตุลย์! ไปทำสภาพแบบนั้นผู้หญิงที่ไหนเขาจะเอา!”
“ก็ถ้าผู้หญิงที่แม่หามาเขา ‘รักจริงหวังแต่ง’ และไม่ได้เห็นแก่เงินอย่างที่แม่การันตี เขาต้องรับสภาพผมได้สิครับ”
ตุลย์เลิกคิ้วท้าทาย “ถ้าเธอคนนั้นไม่โวยวาย ไม่ลุกหนี และยอมแต่งงานกับคนล้มละลายอย่างผม... ผมสัญญาว่าจะจดทะเบียนสมรสกับเธอทันทีเลยครับแม่”
คุณหญิงชฎากัดฟันกรอด รู้ว่าลูกชายกำลังเล่นแง่หาทางล้มกระดาน แต่ด้วยความที่เป็นตัวมัมสายบวกอยู่แล้ว เธอจึงเชิดหน้าขึ้นรับคำท้า
“ได้! แม่รับคำท้า! งั้นแกเลือกมาเลย จะเอาคนไหน!”
คุณหญิงชฎากวาดแฟ้มประวัติทั้งสิบแฟ้มแผ่หลาบนโต๊ะ ตุลย์มองแฟ้มพวกนั้นด้วยสายตาเบื่อหน่าย ก่อนจะตัดสินใจหลับตาลง แล้วใช้นิ้วชี้จิ้มสุ่มลงไปบนกองกระดาษอย่างไม่ใส่ใจ หวังแค่จะหาเหยื่อมาเล่นละครฉากใหญ่เพื่อเอาชนะแม่ก็เท่านั้น
“คนนี้แหละครับ ใครก็ได้ ผมไม่สนหรอก เตรียมตัวโทรไปขอโทษลูกสาวบ้านนี้ได้เลยครับแม่”
ตุลย์ลืมตาขึ้นมองปลายนิ้วตัวเองที่จิ้มลงบนรูปถ่ายใบสมัครใบหนึ่ง…
มันเป็นรูปถ่ายของหญิงสาวที่ไม่ได้แต่งหน้าจัดจ้าน ไม่ได้ฉีกยิ้มหวานหยดย้อยเหมือนคนอื่นๆ ตรงกันข้าม... เธอมองกล้องด้วยใบหน้าเรียบตึง แววตาดูว่างเปล่าและปลงตกกับชีวิตสุดๆ ประทับด้วยชื่อตัวบรรจงด้านล่างว่า
‘เธียร ถิรยา พร้อมตระกูล’
...และที่สำคัญ ตุลย์คุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้แปลกๆ เหมือนเพิ่งเดินสวนกันที่หน้าแผนกบัญชีเมื่อวานนี้ยังไงชอบกล
